ลูกยังไม่เคยเรียน Phonics หรือเรียนมาแล้ว แต่ยังจำเสียงไม่ได้ ออกเสียงไม่มั่นใจ หรืออ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่คล่อง? ค้นพบ **Mastery Phonics ปลดล็อกพลังโฟนิกส์ สู่การออกเสียงและอ่านอังกฤษอย่างมั่นใจ** หลักสูตรโฟนิกส์ที่ผสมผสานแนวทางการเรียนรู้แบบโรงเรียนนานาชาติ ผ่าน **7 กลุ่มเสียง 7 นิทานมหัศจรรย์** พร้อมท่าทางประกอบเสียง (Body Language) และกิจกรรมสนุก ๆ ท้ายเรื่อง เรียนรู้ด้วยแนวคิด **Embodied Learning** ที่มีงานวิจัยสนับสนุนว่าการใช้การเคลื่อนไหวร่วมกับการฝึกเสียงตัวอักษรสามารถช่วยพัฒนาการจดจำและระบุเสียงได้ ช่วยให้ลูกได้ **ฟัง ออกเสียง ขยับร่างกาย และเชื่อมโยงเสียงกับตัวอักษร** เพื่อสร้างพื้นฐานการออกเสียงและการอ่านภาษาอังกฤษอย่างเป็นขั้นตอน **7 กลุ่มเสียง | 7 นิทาน | Body Language | Active Learning** เรียนผ่านนิทาน จำเสียงผ่านท่าทาง สนุกกับกิจกรรม และค่อย ๆ อ่านอังกฤษอย่างมั่นใจ! *** Bonus พิเศษ: กฎ 3 ข้อ การออกเสียงคำลงท้าย -ed เคล็ดลับสอนลูกที่บ้าน***
Study Hours
342 min
Number of Lessons
18 lessons
Difficulty Level
Intermediate
Number of Students
0 students
ผู้ก่อตั้ง Speak Up Language | โค้ชด้านการสร้างสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษสำหรับครอบครัว Teacher Kathy จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาภาษาอังกฤษ และมีประสบการณ์ทำงานในสภาพแวดล้อมการศึกษานานาชาติกว่า 10 ปี ทั้งโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษ โรงเรียนเอกชน และสถาบันสอนภาษา จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับครูชาวต่างชาติ นักเรียน และผู้ปกครอง รวมถึงประสบการณ์การสร้างสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษให้ลูกทั้งสองคน เคธี่จึงนำแนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นการสื่อสารและการใช้ภาษาจริง มาพัฒนาเป็นหลักสูตรที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปใช้กับลูกได้ที่บ้าน เพราะเคธี่เชื่อว่า พ่อแม่สามารถเป็นผู้สร้างโอกาสการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่สำคัญให้ลูกได้ แม้ไม่ใช่ครูภาษาอังกฤษก็ตาม
Lesson 5.1 วิธีการสอนโฟนิคส์ลูกแบบโรงเรียนอินเตอร์
Lesson 5.2 วิธีใช้บัตรคำโฟนิคส์ นิทานโฟนิคส์และกิจกรรม Interactive learning
Mastery Phonic กลุ่มที่ 1 s, a, t, i, p, n
นิทาน Phonics กลุ่มที่ 1 เรื่อง "Pat the Cat"
Mastery Phonics Group 2 : c/k, e, h, r, m, d
นิทาน Phonics กลุ่มที่ 2 เรื่อง "Coco the Cat and Friends"
Mastery Phonic Group 3 /g/,/u/,/l/,/o/,/f/,/b/
นิทาน Phonics กลุ่มที่ 3 เรื่อง "In The Jungle Jam"
Mastery Phonic Group 4 /ai/ /j/ /oa/ /ie/ /ee/ /or/
นิทาน Phonics กลุ่มที่ 4 เรื่อง "Jay And The Magic Rain"
Mastery Phonic Group 5; z, w, ng, v, oo, OO
นิทาน Phonics กลุ่มที่ 5 เรื่อง "Milly Magic Trip"
Mastery Phonic Group 6 ; y, x, ch, sh, th, TH
นิทาน Phonics กลุ่มที่ 6 เรื่อง "The Quiet Adventure"
Mastery Phonics Group 7 qu, ou, oi, ue, er, ar
นิทาน Phonics กลุ่มที่ 7 เรื่อง "Queenie Silly Sound Safari"
สรุปรวม Mastery Phonics Group 1-7
Mastery Phonics Course ปลดล็อกพลังโฟนิกส์ สู่การออกเสียงและอ่านอังกฤษอย่างมั่นใจ ลูกเรียน Phonics ที่โรงเรียนแล้ว แต่ทำไมยังออกเสียงไม่มั่นใจ หรืออ่านคำศัพท์ไม่คล่อง? คุณพ่อคุณแม่เคยสงสัยไหมคะ? ลูกจำ A–Z ได้ ร้องเพลง ABC ได้ หรือเคยเรียน Phonics ที่โรงเรียนมาแล้ว... แต่เมื่อเจอคำศัพท์ใหม่ ๆ กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มออกเสียงอย่างไร บางครั้งจำเสียงตัวอักษรไม่ได้ สับสนเสียงที่คล้ายกัน หรือยังต้องรอให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยอ่านให้ฟัง แล้วถ้าเราเปลี่ยนการเรียน Phonics ให้สนุกเหมือนการฟังนิทานและเล่นเกมได้ล่ะ? นี่คือแนวคิดเบื้องหลัง Mastery Phonics หลักสูตรที่นำแนวทางการเรียนรู้แบบโรงเรียนนานาชาติมาผสมผสานกับ Storytelling, Body Language และ Active Learning เพื่อช่วยให้เด็กเรียนรู้เสียงภาษาอังกฤษผ่านการฟัง การออกเสียง การเคลื่อนไหว และการลงมือทำกิจกรรมจริง จุดเด่นของ Mastery Phonics 1. International School-Inspired Phonics เรียนรู้โฟนิกส์แนวโรงเรียนนานาชาติ ไม่ใช่เพียงการท่องจำเสียงตัวอักษร แต่เน้นการฟัง การออกเสียง และการเชื่อมโยงเสียงกับตัวอักษรผ่านกิจกรรมที่เด็กมีส่วนร่วม ช่วยให้เด็กค่อย ๆ สร้างความเข้าใจเรื่องเสียงภาษาอังกฤษ และนำไปต่อยอดสู่การสะกดและอ่านคำศัพท์ 2. Phonics Storytelling — 7 กลุ่มเสียง 7 นิทานมหัศจรรย์ เปลี่ยนเสียง Phonics ให้กลายเป็นเรื่องราวที่เด็กอยากติดตาม! ภายในคอร์ส เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ Phonics ทั้ง 7 กลุ่ม ผ่านนิทาน 7 เรื่อง โดยแต่ละเรื่องเน้นกลุ่มเสียงที่แตกต่างกัน เด็กจะได้ฟังเสียงเป้าหมายผ่านตัวละคร เหตุการณ์ และคำศัพท์ที่ปรากฏในนิทาน ช่วยให้การฝึกเสียงมีบริบทที่เข้าใจง่าย และเปิดโอกาสให้เด็กได้ทบทวนเสียงเดิมผ่านเรื่องราวที่สนุกและมีความหมาย 3. Body Language Phonics — เรียนรู้เสียงผ่านท่าทาง เพราะการเรียนรู้ Phonics ไม่จำเป็นต้องใช้แค่หูและปากเท่านั้น! เด็ก ๆ จะได้ฝึกออกเสียงพร้อมทำท่าทางประกอบเสียงแต่ละเสียง เพื่อเชื่อมโยงสิ่งที่ได้ยินกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย แนวทางนี้สอดคล้องกับหลักการ Embodied Learning หรือการเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหว ซึ่งมีงานวิจัยทางการศึกษาสนับสนุน งานวิจัยปี 2022 ที่ศึกษากับเด็กอายุ 5–6 ปี จำนวน 149 คน พบว่า การเรียนเสียงตัวอักษรร่วมกับการเคลื่อนไหวทั้งร่างกายช่วยให้เด็กมีพัฒนาการด้านการระบุเสียงตัวอักษรดีกว่าการเรียนแบบไม่ใช้การเคลื่อนไหว และพบประโยชน์บางส่วนในการติดตามผลภายหลัง งานวิจัยปี 2023 ที่ศึกษากับเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 52 คน พบว่า การใช้การเคลื่อนไหวประกอบเสียงช่วยพัฒนาความรู้เรื่องเสียงตัวอักษรและทักษะการสะกดคำได้ดีกว่าการสอนตามปกติในการทดลองดังกล่าว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Mastery Phonics ให้ความสำคัญกับการฝึก ฟังเสียง → ออกเสียง → ทำท่าทาง → เชื่อมโยงกับตัวอักษร เพื่อให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้เสียงภาษาอังกฤษผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย แทนการนั่งท่องจำเพียงอย่างเดียว 4. Active Learning — กิจกรรมสนุกท้ายเรื่อง หลังจากฟังนิทานแต่ละเรื่อง เด็ก ๆ จะได้ทบทวนเสียง Phonics ผ่านกิจกรรมที่ชวนให้ลงมือทำ เช่น การจับคู่เสียงกับภาพ การฟังแยกเสียง การทำท่าทางประกอบเสียง และเกมฝึกทบทวน ช่วยให้เด็กได้ฝึกใช้สิ่งที่เรียนรู้ และเพิ่มโอกาสในการจดจำเสียงผ่านการฝึกซ้ำอย่างมีความหมาย 5. Pronunciation & Reading Foundations ปูพื้นฐานการออกเสียงและการอ่านภาษาอังกฤษ เมื่อเด็กเริ่มเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเสียงกับตัวอักษร ก็สามารถต่อยอดไปสู่การผสมเสียง การสะกดคำ และการอ่านคำศัพท์ที่เหมาะกับระดับความพร้อมของตนเอง เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงให้เด็กจำเสียงได้ แต่ต้องการให้เด็กมีพื้นฐานที่ช่วยพัฒนาทักษะการอ่านในระยะต่อไป เปลี่ยนการเรียน Phonics ให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสนุก! ไม่ต้องเริ่มจากการบังคับท่องจำเสียง ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะออกเสียงได้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก ให้ลูกได้เรียนรู้ผ่านนิทาน ฝึกเสียงพร้อมท่าทาง และสนุกกับกิจกรรมที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม Mastery Phonics ปลดล็อกพลังโฟนิกส์ สู่การออกเสียงและอ่านอังกฤษอย่างมั่นใจ 7 กลุ่มเสียง | 7 นิทานมหัศจรรย์ | Body Language | Active Learning *** Bonus พิเศษ: กฎ 3 ข้อ การออกเสียงคำลงท้าย -ed เคล็ดลับสอนลูกที่บ้าน*** เริ่มต้นเรียน Phonics อย่างสนุกวันนี้
No reviews yet. Be the first to review this course!