Please select a convenient payment method
Mastery Phonics Course ปลดล็อกพลังโฟนิกส์ สู่การออกเสียงและอ่านอังกฤษอย่างมั่นใจ ลูกเรียน Phonics ที่โรงเรียนแล้ว แต่ทำไมยังออกเสียงไม่มั่นใจ หรืออ่านคำศัพท์ไม่คล่อง? คุณพ่อคุณแม่เคยสงสัยไหมคะ? ลูกจำ A–Z ได้ ร้องเพลง ABC ได้ หรือเคยเรียน Phonics ที่โรงเรียนมาแล้ว... แต่เมื่อเจอคำศัพท์ใหม่ ๆ กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มออกเสียงอย่างไร บางครั้งจำเสียงตัวอักษรไม่ได้ สับสนเสียงที่คล้ายกัน หรือยังต้องรอให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยอ่านให้ฟัง แล้วถ้าเราเปลี่ยนการเรียน Phonics ให้สนุกเหมือนการฟังนิทานและเล่นเกมได้ล่ะ? นี่คือแนวคิดเบื้องหลัง Mastery Phonics หลักสูตรที่นำแนวทางการเรียนรู้แบบโรงเรียนนานาชาติมาผสมผสานกับ Storytelling, Body Language และ Active Learning เพื่อช่วยให้เด็กเรียนรู้เสียงภาษาอังกฤษผ่านการฟัง การออกเสียง การเคลื่อนไหว และการลงมือทำกิจกรรมจริง จุดเด่นของ Mastery Phonics 1. International School-Inspired Phonics เรียนรู้โฟนิกส์แนวโรงเรียนนานาชาติ ไม่ใช่เพียงการท่องจำเสียงตัวอักษร แต่เน้นการฟัง การออกเสียง และการเชื่อมโยงเสียงกับตัวอักษรผ่านกิจกรรมที่เด็กมีส่วนร่วม ช่วยให้เด็กค่อย ๆ สร้างความเข้าใจเรื่องเสียงภาษาอังกฤษ และนำไปต่อยอดสู่การสะกดและอ่านคำศัพท์ 2. Phonics Storytelling — 7 กลุ่มเสียง 7 นิทานมหัศจรรย์ เปลี่ยนเสียง Phonics ให้กลายเป็นเรื่องราวที่เด็กอยากติดตาม! ภายในคอร์ส เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ Phonics ทั้ง 7 กลุ่ม ผ่านนิทาน 7 เรื่อง โดยแต่ละเรื่องเน้นกลุ่มเสียงที่แตกต่างกัน เด็กจะได้ฟังเสียงเป้าหมายผ่านตัวละคร เหตุการณ์ และคำศัพท์ที่ปรากฏในนิทาน ช่วยให้การฝึกเสียงมีบริบทที่เข้าใจง่าย และเปิดโอกาสให้เด็กได้ทบทวนเสียงเดิมผ่านเรื่องราวที่สนุกและมีความหมาย 3. Body Language Phonics — เรียนรู้เสียงผ่านท่าทาง เพราะการเรียนรู้ Phonics ไม่จำเป็นต้องใช้แค่หูและปากเท่านั้น! เด็ก ๆ จะได้ฝึกออกเสียงพร้อมทำท่าทางประกอบเสียงแต่ละเสียง เพื่อเชื่อมโยงสิ่งที่ได้ยินกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย แนวทางนี้สอดคล้องกับหลักการ Embodied Learning หรือการเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหว ซึ่งมีงานวิจัยทางการศึกษาสนับสนุน งานวิจัยปี 2022 ที่ศึกษากับเด็กอายุ 5–6 ปี จำนวน 149 คน พบว่า การเรียนเสียงตัวอักษรร่วมกับการเคลื่อนไหวทั้งร่างกายช่วยให้เด็กมีพัฒนาการด้านการระบุเสียงตัวอักษรดีกว่าการเรียนแบบไม่ใช้การเคลื่อนไหว และพบประโยชน์บางส่วนในการติดตามผลภายหลัง งานวิจัยปี 2023 ที่ศึกษากับเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 52 คน พบว่า การใช้การเคลื่อนไหวประกอบเสียงช่วยพัฒนาความรู้เรื่องเสียงตัวอักษรและทักษะการสะกดคำได้ดีกว่าการสอนตามปกติในการทดลองดังกล่าว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Mastery Phonics ให้ความสำคัญกับการฝึก ฟังเสียง → ออกเสียง → ทำท่าทาง → เชื่อมโยงกับตัวอักษร เพื่อให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้เสียงภาษาอังกฤษผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย แทนการนั่งท่องจำเพียงอย่างเดียว 4. Active Learning — กิจกรรมสนุกท้ายเรื่อง หลังจากฟังนิทานแต่ละเรื่อง เด็ก ๆ จะได้ทบทวนเสียง Phonics ผ่านกิจกรรมที่ชวนให้ลงมือทำ เช่น การจับคู่เสียงกับภาพ การฟังแยกเสียง การทำท่าทางประกอบเสียง และเกมฝึกทบทวน ช่วยให้เด็กได้ฝึกใช้สิ่งที่เรียนรู้ และเพิ่มโอกาสในการจดจำเสียงผ่านการฝึกซ้ำอย่างมีความหมาย 5. Pronunciation & Reading Foundations ปูพื้นฐานการออกเสียงและการอ่านภาษาอังกฤษ เมื่อเด็กเริ่มเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเสียงกับตัวอักษร ก็สามารถต่อยอดไปสู่การผสมเสียง การสะกดคำ และการอ่านคำศัพท์ที่เหมาะกับระดับความพร้อมของตนเอง เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงให้เด็กจำเสียงได้ แต่ต้องการให้เด็กมีพื้นฐานที่ช่วยพัฒนาทักษะการอ่านในระยะต่อไป เปลี่ยนการเรียน Phonics ให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสนุก! ไม่ต้องเริ่มจากการบังคับท่องจำเสียง ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะออกเสียงได้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก ให้ลูกได้เรียนรู้ผ่านนิทาน ฝึกเสียงพร้อมท่าทาง และสนุกกับกิจกรรมที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม Mastery Phonics ปลดล็อกพลังโฟนิกส์ สู่การออกเสียงและอ่านอังกฤษอย่างมั่นใจ 7 กลุ่มเสียง | 7 นิทานมหัศจรรย์ | Body Language | Active Learning *** Bonus พิเศษ: กฎ 3 ข้อ การออกเสียงคำลงท้าย -ed เคล็ดลับสอนลูกที่บ้าน*** เริ่มต้นเรียน Phonics อย่างสนุกวันนี้
Fill in information to create an account and start learning immediately after payment
กรุณากรอกข้อมูลลงทะเบียนด้านบนเพื่อดำเนินการชำระเงิน